2008/Oct/30

 

จดหมายถึงคนบนฟ้า ...

ได้โปรดรับฟังเรื่องราวของฉันสักครั้ง

 

. . . . .

บ้านของเรามีกัน 5 คน

พ่อ

แม่

และลูกสาว

 

วันหนึ่งเราได้เสียเสาหลักของครอบครัวไป
มันเกิดขึ้นตั้งแต่ฉันยังเด็ก  เสาหลักอันนั้นมันยังตั้งอยู่แต่ไม่มีใครซักคนที่คิดว่ามันคือเสาหลัก
คือที่พึ่งทางจิตใจอีกแล้ว

ฉันและพี่ คิดเพียงอย่างเดียว ถ้ามีเพียงแค่แม่ ที่เป็นเหมือนเตาผิงไฟในบ้าน
เราก็ไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นเพียงความหวังและความอบอุ่นอันน้อยนิด
แต่มันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ขอแค่เรามีกันและกัน ทุกปัญหามันจะก้าวผ่านไปได้
ฉันคิดว่าเราควรเป็นกำลังใจให้กันและกัน
ช่วยกันทำบ้านที่ไม่มีเสาให้กลับมาอบอุ่นได้เหมือนบ้านของคนอื่น

แต่แล้วในทุกๆวันฉันก็สังเกตุเห็นว่าเตาผิงไฟ ที่ฉันแอบอิงอยู่เสมอเวลาที่อ้างว้าง
หรือหนาวเหน็บ ไฟ..กำลังมอดลง  ฉันพยายามทำให้ไฟยังคงลุกและให้ความอบอุ่นแก่บ้าน
แต่มันก็เหมือนแค่การหย่อนฟืนลงไเรื่อยๆ เพียงเพื่อรอวันที่ไฟนั้นดับลง
ฉันทั้งสงสารและรู้สึกเหมือนถูกอะไรกัดกินหัวใจเหลือเกิน

มือของฉัน มือของพี่
ต่างเป็นสีดำ และมีร่องรอยบาดแผล
จากการที่เราพยายามช่วยกันประคับประคองเตาผิงไฟให้ส่องสว่าง
ท่ามกลางความมืดมิดที่รายรอบ

เตาผิงไฟเองก็คงเก่าและรอวันแตก

บ้านของเรา ที่พยายามประคับประคองกันมา
เหนื่อยหนักหนาแล้วใช่มั้ย

ฉันเห็นทุกวันนี้ไฟมันเริ่มอ่อนลงเรื่อย

จนบางครั้งควันดำขึ้นและเริ่มมีขี้เถ้าเลอะเทอะ ออกมานอกเตามากมาย
เตาผิงไฟบอกกับฉันเสมอว่า เค้าอยากจะดับลงเสมอในทุกๆวัน
แต่เพื่อส่องสว่างให้แก่เด็กทั้ง 3 คนนั้น
เค้ายังคงต้องประคับประคองมันต่อไป

ทุกวันที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างเงียบๆในจิตใจของตัวเอง
ฉันสะกดมันอยู่ข้างในอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้ว
ถึงแม้ตามตัวของฉันมันจะมีแผล รอยขีดข่วน
เล็บมือที่ดำ ไปด้วยถ่านและขี้เถ้า
ฉันก็ยังไม่เคยจะคิดที่จะล้างมือ

ฉันสงสารทั้งเตาผิงไฟและตัวฉันเอง
ที่แม้ว่าจะนานเท่าไหร่ ทำไมฉันก็ยังไม่สามารถทำให้ไฟนั้นลุกสว่าง
สร้างความอบอุ่นให้แก่บ้านได้

น้ำตาฉันยังคงไหลในใจไม่เคยหยุด

ตอนนี้ฉันยังไม่ใช่เตาผิงไฟ ฉันควรจะทำอย่างไร
ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกบ้านมันช่างหนาวเหน็บ
แม้วันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนมาก ฉันก็ยังยืนสั่นอยู่เพียงลำพัง
ฉันไม่กล้าสู้แสงแดด สู้พระอาทิตย์มานานแค่ไหนแล้ว

เมื่อฉันออกไปวิ่งเล่น ไปหาเรื่องอะไรทำเพื่อเป็นการผ่อนความทุกข์ที่อยู่ภายในใจ
ทุกครั้งที่ฉันยิ้มและหัวเราะไปกับคนรอบข้างนั้น
จิตใจฉันมันไม่เคยแห้งเหือดไปจากน้ำตา ...
ยังคงเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

จะให้หัวใจฉันยิ้มได้อย่างไร
ในเมื่อเตาผิงไฟของฉันกำลังจะดับลง
เขากำลังร้องไห้ และแบกความทุกข์เอาไว้มากนัก

ฉันเคยตัดพ้อบางครั้งที่เตาผิงไฟพ่นเขม่าควันและขี้เถ้า
ออกมาถูกเราทั้ง 3 คน  ฉันรู้ว่าเขาก็ไม่มีทางเลือก

ฉันมักจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นทุกครั้งที่เขาอยากจะทิ้งขี้เถ้า
ให้ทับถมฟืนไฟอันน้อยนิด เขาอยากจะดับตัวลง และบอกกับฉัน
ฉันรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ทรมานมากแค่ไหน
ในใจของฉันและเขาต่างก็ร้องไห้
ฉันไม่รู้ควรจะทำอย่างไรดี

ฉันไม่ได้อยากให้บ้านเรามีเตาผิงไฟที่ใหญ่
มีเสาหลักของบ้างที่มั่นคง แบกรับบ้านที่ใหญ่โต สวยงาม
เป็นที่อิจฉาของใครๆ

ฉันขอแค่เตาผิงไฟที่ส่องสว่างในใจฉันและพวกเราก็นั่งล้อมวงรอบเตา
ยิ้มหัวเราะ เล่าถึงสิ่งที่เราได้ออกไปเจอมาภายนอกบ้าน

หัวใจที่ไม่เคยได้รับความสุขของฉันมันกำลังจะกลายเป็นเศษหินที่เย็นชา
และไม่มีชีวิตจิตใจ
ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้น

ฉันอยากจะทำทุกทางให้พวกเราได้ยิ้ม ได้หัวเราะด้วยกันด้วยความสุขใจ
ภายในบ้านหลังเล็กๆของเรา เมื่อออกไปเจอโลกภายนอกก็จะมีแต่ความมั่นใจ
ว่าฉันมีกำลังใจ มีใครที่คอยแบ่งปันความรัก ความหวัง ความสุขรออยู่ที่บ้านแน่นอน

.

.

.

 

 

 

ตัวของฉันอยู่ได้ด้วยความรัก ความหวัง และกำลังใจ
ตอนนี้ฉันไม่มีมันเลยสักอย่าง
ฉันควรจะออกไปจากโลกใบนี้ดีไหม

หรือควรจะยืนหยัดอยู่ต่อไป  แต่หาหนทางไม่เจอ
ทุกวันฉันไม่รู้จะก้าวเท้าออกจากไปเพื่อไปไหน ไปทำอะไร
จุดหมายของฉันมันอยู่ไหนกัน 
แล้วสิ่งที่ฉันทำนั้นจะทำให้ก้อนหินที่เรียกว่าหัวใจ กลับมาเต้นได้อีกครั้งงั้นหรือ
แล้วบ้านเล็กๆของฉัน เตาผิงไฟ และพี่ๆ

ฉันอยากได้กำลังใจจากใครก็ได้ ที่สามารถหยิบยื่นให้กับฉัน
ช่วยบอกถึงจุดหมายในชีวิตบนโลกใบนี้แก่ฉัน

ได้โปรดหยิบยื่่น
กำลังใจและความหมายของการมีชีวิตให้แก่ฉัน
ได้โปรด
ได้โปรด

.

.

.

ใครซักคนจากที่ไหน
ที่สามารถหยิบยื่นสิ่งเหล่านั้นให้กับฉัน

 

 

 

 

บุคคลที่ไขว่คว้าหาความรักและความหวัง

ฉัน  ก้อนหิน

2008/Jun/26

 

ตอนนี้เหงามาก
เหมือนตัวฉัน กำลังทำอะไรอยู่คนเดียวตลอดเวลา
เสียงของเพื่อน มันเบาลงทุกที
เสียงคนรอบข้างมันลางไปทุกที

รู้สึกว่าฉันกำลังห่างไกลความสุข และเสียงหัวเราะไปเรื่อยๆ
อีกนานไหมที่จะเป็นแบบนี้

บางที หากมีใครซักคนเข้ามาร่วมแชร์โลกเงียบๆใบนี้ให้ดูมีสีสันบ้าง
มันจะดีแค่ไหนนะ

ทำไมเวลาพูดเหมือนตัวเองเป็นเด็กสาววัย 16 ปี
แต่ที่จริงตอนนี้เพิ่งเข้าสู่วัย 22 ไปได้ 2  คืนแล้ว

อยากให้เค้ายืนเคียงข้างฉัน
ยิ้มให้ฉัน
กุมมือฉัน
ให้รู้ว่าอย่างน้อย
โลกนี้ฉันก็ยังมีใครซักคนให้แบ่งปันเรื่องราวได้บ้าง

ฉันไม่อยากจะรอให้ถึงวันั้นเลย
เพราะนี่ก็รอมาจน 22 แล้ว
ทำยังไงดี หน้าตาก็ไม่ได้แย่
นิสัยก็เข้ากับคนง่าย
ไม่เอาแต่ใจ ง้องแง้ง
งี่เง่า ....

พูดให้ติดตลก จะได้ไม่เครียดมากไป
เด๊ยวหน้าแก่
แต่ความจริง หน้าชื่นอกตรม มานานแล้ว

คนที่เกิดวันที่ 24 ชะตาชีวิตมันน่าจะเจอเรื่องไม่คาดฝัน
ประมาน destiny มันน่าจะมีความสุขกับคู่รักตั้งนานแล้วนะ
คำทำนายตัวเลขนี้มันดีจะตาย แต่ทำไมฉันมันอาภัพผู้ชายอย่างนี้

แล้วพรุ่งนี้ก็ยังต้องเดินคนเดียว ดูหนังคนเดียว กินข้าวคนเดียวไปถึงเมื่อไหร่กัน
บางทีก็แอบร้องไห้ (ตอนวัยรุ่นนะ) เดี๋ยวนี้ก็เริ่มชินมากแล้ว

ฉันมันเกือบจะเหมือนเงาไปทุกที
ไม่มีใครมองเห็น
ไม่มีใครรู้จัก
ไม่มีใครสนใจ ไปมากกว่านี้

น้ำตากำลังจะท่วมใจอีกครั้ง
ร้องไห้ (ตอนแก่)